การสร้างลวดลายด้วยสี

posted on 12 Jan 2010 15:09 by be25shop
การสร้างลวดลายด้วยสี

ธีรพันธุ์ สิงหพันธุ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสี จากบริษัท ทีโอเอเพนท์ ประเทศไทย ให้คำแนะนำการทาสีเพื่อสร้างลวดลายว่า ก่อนอื่นการเลือกสีสร้างลวดลายที่นำมาใช้สร้างลายผนังนั้น ควรเลือกสีน้ำทาภายในที่ใช้สำหรับการสร้างลวดลายโดยเฉพาะ และควรใช้สีน้ำอะครีลิกแท้ 100% ที่มีลักษณะกึ่งโปร่งแสงเพื่อการสร้างลวดลายที่โดดเด่นสวยงาม

1.ก่อน ที่เราจะเริ่มสร้างลวดลายให้กับผนังห้อง อย่าลืมว่าเราควรจะต้องเช็ดทำความสะอาดผิวผนัง และหากมีรอยแตกร้าวก็ควรอุดโป๊วรอยต่างๆ ให้เรียบร้อยเสียก่อน เพราะขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับการทาสีและสร้างลวดลาย ซึ่งจะทำให้ผนังเนียนเรียบและไม่สะดุดจินตนาการในการสร้างลาย

2.จาก นั้นทาสีพื้นเพื่อเป็นการรองพื้นผิวผนัง ขั้นตอนนี้เลือกสีได้ตามใจชอบตามเฉดสีที่ตนเองต้องการ และควรทิ้งไว้ให้สีแห้งประมาณ 4 ชั่วโมง ก่อนการสร้างลาย

3.เสร็จ จากสีรองพื้นแห้งแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็เป็นขั้นตอนที่ทุกคนรอคอย นั่นคือการสร้างลวดลายตามจินตนาการ โดยการทาสีที่ต้องการสร้างลายทับสีรองพื้น ต่อไปก็เริ่มสร้างลายได้ตามใจชอบ โดยวิธีการสร้างลายนั้นมีอยู่หลายวิธีด้วยกัน ตามแต่ละอุปกรณ์ที่นำมาใช้

- สร้างลวดลายด้วยวิธีการใช้เกรียงปาดสี

การใช้เกรียงสร้างลายปาดสีลงแนวตั้งภายใน 10 นาที เพื่อสร้างลวดลาย จากนั้นทิ้งไว้ให้แห้ง 12 ชั่วโมง ก่อนทาสีเคลือบเงา เราก็จะได้ลายผนังที่เป็นลายเส้น ลักษณะเป็นเส้นตรงเรียงกันหลายๆ เส้น ที่ให้ความรู้สึกมั่นคง ปลอดภัย

- การสร้างลวดลายด้วยการใช้ลูกกลิ้งสร้างลาย

การ ใช้ลูกกลิ้งสร้างลาย กลิ้งลงเป็นแนวตั้ง แล้วกลิ้งเฉียง 45 องศา ซ้ายและขวาเพื่อสร้างลวดลาย ทิ้งไว้ให้แห้ง 12 ชั่วโมง ก่อนทาสีเคลือบเงา ก็จะได้ลวดลายที่ดูทันสมัยน่าค้นหา และมีความพิเศษเฉพาะตัว (จุดสังเกตสำหรับลูกกลิ้งสร้างลายก็คือ การประยุกต์นำเอาลูกกลิ้งทาสีที่มีขายอยู่ในท้องตลาดทั่วไปนำมาติดแผ่นผ้าชา มัวส์ชิ้นเล็กๆ ด้วยสกรูขันติดเข้าไป ซึ่งผ้าชามัวส์นี้มีขายอยู่ตามแผนกอุปกรณ์ดูแลรถยนต์ และไม่จำเป็นต้องใช้ผ้าชามัวส์แท้ที่มีราคาแพงก็ได้)

- การสร้างลวดลายด้วยการใช้แปรงสร้างลาย

ใช้ แปรงสร้างลายโดยใช้แปรงปัดซ้ายปัดขวาเพื่อสร้างลวดลาย ทิ้งไว้ให้แห้ง 12 ชั่วโมง ก่อนทาสีเคลือบเงา ก็จะได้ลวดลายเก๋ไก๋แปลกตา สิ่งที่ควรจำหลังจากการทาสีก็คือ เมื่อลงสีสร้างลายไปแล้ว เราจะมีเวลาก่อนสีเริ่มแห้งตัวประมาณ 10 นาที ในช่วงนี้เราสามารถแก้งานได้หากออกมาไม่ได้อย่างที่ใจคิด คำแนะนำเพิ่มเติมจาก ธีรพันธุ์ ก็คือ หากต้องทาในพื้นที่มากควรมีผู้ช่วยอีกสักคน เพื่อช่วยให้การทาสีเป็นไปอย่างรวดเร็วและเรียบร้อยมากขึ้น โดยคนหนึ่งทาสีสร้างลาย อีกคนใช้แปรงทาสร้างลายตามกันไป

การสร้างลวดลายด้วยวิธีการใช้แปรงประเภทต่างๆ ตามที่ได้แนะนำแล้ว เรายังสามารถสร้างลายอื่นๆ ที่สวยงามได้อีก เช่น ลายผ้าไหม ลายดอกไม้ หัวใจ ตุ๊กตา โดยการใช้แม่พิมพ์รูปต่างๆ มาแต้มสีที่ต้องการ แล้วกดพิมพ์บนพื้นผนัง หรือจะเพนต์ลายเก๋ๆ ที่ไม่เหมือนใคร ก็จะได้ลวดลายตามจินตนาการที่ไม่มีขีดจำกัด

หลังจากทาเสร็จแล้วให้ทาสีเคลือบเงาทับเพื่อความเงางามคงทนและทำความสะอาดได้ ง่าย และที่สำคัญที่สุดก็คือ หากเราเบื่อลายเดิมเราก็สามารถทาสีทับใหม่ได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องลอกสี เดิมออกอีกด้วย

หากสงสัยเรื่องการทาสีและการเลือกสีสร้างลาย หาคำแนะนำและเลือกสีเพิ่มเติมได้ที่ www.toa.co.th ได้

การสร้างลายผนังด้วยสีทาภายในแทนการใช้วอลเปเปอร์นั้น นอกจากจะสร้างความเพลิดเพลินให้กับตัวคุณเองแล้ว ยังสามารถใช้เป็นกิจกรรมพิเศษเพื่อเพิ่มความอบอุ่น ความสนุกสนาน และความสามัคคีให้ครอบครัว ที่เด็กๆ ก็สามารถสร้างลายได้ง่ายๆ แถมยังเป็นความภูมิใจส่วนตัวที่ไม่ซ้ำใครแทนผนังเรียบๆ ที่ตอบสนองทุกอารมณ์ของคุณอีกด้วย

ขั้นตอนการทาสีบ้าน

posted on 12 Jan 2010 14:51 by be25shop
ขั้นตอนการทาสีบ้าน

การรักษาบ้านให้ดูใหม่อยู่เสมอไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่รู้วิธีอย่างเช่น การเปลี่ยนสีสันของบ้านหรือเปลี่ยนเครื่องใช้เฟอร์นิเจอร์ ก็ทำให้บ้านดูสวยได้แล้ว เรามีคำแนะนำ 9 ข้อที่น่ารู้ในการทาสีให้ดูสดใสโดดเด่น

1. เตรียมงบประมาณ อย่างแรกต้องคำนึงถึง เงิน ที่เราสามารถใช้จ่าย ว่าเรามีงบประมาณอยู่เท่าไหร่ซึ่งจะต้องรวมทั้งค่าสี ค่าช่างทาสี รวมถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ

2. ถามผู้เชี่ยวชาญ ในการทาสีบ้านเราต้องรู้ว่าเราจะทาสีลงบนพื้นผิวประเภทใด ผิวปูน หรือ ผิวไม้ ใช้ทาสีภายในหรือภายนอก หากเราไม่แน่ใจว่าจะใช้ ว่าจะใช้สีอะไรดี ควรจะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ สถาปนิก หรือช่างทาสี ซึ่งจะมีคำแนะนำดี ๆ ในการใช้สีให้ถูกประเภท และลักษณะการใช้งาน

3. เลือกสี เมื่อสอบถามผู้เชี่ยวชาญจนแน่ใจในเรื่องการใช้สีให้ถูกต้องแล้ว เลือกสีที่ตัวเองชอบ ยิ่งเป็นสีทาภายในควรให้กลมกลืนกับขอบประตู-หน้าต่าง ละถ้าพื้นผิวภายนอกเป็นปูนควรเลือกใช้สีที่มีคุณภาพสูงที่สามารถยืดอายุการ ใช้งาน
ให้นานปกป้องสีบ้านจากการซีดจางที่เกิดจากแสงแดด ทนทานต่อสภาวะอากาศต่อต้านการเกิดเชื้อรา ตะไคร่น้ำ รวมทั้งไม่จับฝุ่นซึ่งจะทำความสะอาดได้ง่าย

4. เตรียมพื้นผิว ก่อนจะลงมือทาสีควร ทำความสะอาดฝุ่นละออง และใช้แปรงแซะสีเก่าที่หลุดลอกออกเช็ดให้สะอาด แล้วปล่อยให้แห้งสนิท การเตรียมพื้นผิวที่ถูกต้องจะช่วยให้สีที่ทาติดนานยิ่งขึ้น

5. ทาสีรองพื้น การทาสีรองพื้นรก่อนจะช่วยยึดเกาะกับผนังได้ดีไม่หลุดออกง่าย ๆ เลือกสีรองพื้นชนิดที่เหมาะสมกับสภาพพื้นผิว เพราะสีรองพื้นสำหรับพื้นที่ยังไม่เคยทาสีมาก่อน ควรใช้สีรองพื้นที่สามารถป้องกันด่าง
หรือการใช้สีรองพื้นสำหรับพื้นผิวเนื้ออ่อน และไม้เนื้อแข็งที่อาจมียางซึม ออกมาได้ ควรทาสีรองพื้นที่สามารถกันยางและเชื้อรา

6. อุปกรณ์ทาสี แปรงทาสี และลูกกลิ้งมีความแตกต่างกัน แปรงทาสีสามารถ เข้าได้ทุกซอกมุมของพื้นที่ที่ต้องการทา จึงเหมาะกับในกรณีที่เตรียมพื้นผิว แบบหยาบ ๆ หรือผิวที่ไม่เรียบ การใช้แปรงทาจะทำให้สีสัมผัสกับผิวผนัง
ในซอกมุมต่าง ๆ ได้ดี ลูกกลิ้งเหมาะสำหรับการทาในพื้นที่กว้าง ๆ ซึ่งสามารถทำให้การทาสีทำได้เร็วกว่า แต่ลูกกลิ้งจะใช้ปริมาณมากกว่าการทาด้วยแปรง

7. อุปกรณ์จำเป็นอื่น ๆ
สิ่งที่ลืมไม่ได้เลยคือผ้าปูผื้นกันเปื้อนเพื่อป้องกันสี กระเด็นหรือตกหล่นพื้น บันได้สำหรับทาที่สูงและเพดาน ถาดผสมสี และ อุปกรณ์ทำความสะอาดต่าง ๆ

8. เก็บรายละเอียด
เมื่อทาเสร็จแล้ว ควรตรวจสอบหาข้อบกพร่อง เช่น สีที่ทาอาจจะไม่สม่ำเสมอกัน หรือยังไม่ได้ทาในส่วนที่เป็นซอกเป็นมุม จากนั้นเก็บรายละเอียดของงานให้ละเอียดของงานให้เรียบร้อย เท่านี้ก็จะได้บ้านที่ดูใหม่ และ
สดใสขึ้นโดยไม่ต้องมีการตกแต่งอะไรให้สิ้นเปลือง

9. การเก็บรักษาสี หากใช้สีไม่หมดแต่เหลือจำนวนสีไม่มาก และอยากเก็บสีไว้ใช้ต่อครั้งหน้า ควรจะเทสีใส่กระป๋องที่มีขนาดเล็กปิดฝาให้แน่น เพื่อป้องกันการแข็งตัวของสีบนพื้นผิว

edit @ 12 Jan 2010 15:04:05 by be25